Archive | เทคนิคการสอน RSS feed for this section

ความหมายของโครงงานหรือ Project

4 ก.ย.

โครงงานหรือProject หมายถึง วิธีทำงานที่เป็นระบบขั้นตอนเพื่อทำงานชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ให้สำเร็จ

โครงงานจำแนกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้

  1. โครงงานประเภทศึกษาค้นคว้า ได้แก่โครงงานที่ทำการศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล แลนำเสนอข้อมูล
  2. โครงงานประเภทสืบค้นหาข้อเท็จจริง ได้แก่โครงงานที่มีการทดลอง ออกปฏิบัติภาคสนาม หรืออกสำรวจ
  3. โครงานประเภทออกแบบและผลิตชิ้นงาน ได้แก่โครงานที่มีการออกแบบและผลิตชิ้นงาน

สรุปจากหนังสือส่งเสริมการพัฒนาการทำโครงานวิทยาศาสตร์ระดับโรงเรียน “โครงงานวิทยาศาสตร์แบบวิจัย” ของ สวทช และกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ

Advertisements

กรอบแนวคิดในการสอนวิทยาศาสตร์

29 ส.ค.

ตั้งชื่อซะดูดี มีหลักการ แท้ที่จริงแล้วบทความนี้ตั้งใจจะไว้เดือนความจำของตนเองและวางกรอบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่ตนเองก็ได้รับผิดชอบเหมือนกัน แต่พอจะทำเป็นmemo สำหรับตนเองคนเดียวก็คิดว่า เรามาแชร์ความคิดดีกว่าค่ะ

หลักจากได้ลองศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรอิงมาตรฐาน ของหลักสูตรการศึกษาฯ2551 ก็สรุปว่า วิทยาศาสตร์ของเราจะต้องมีกิจกรรมที่จำเป็นต้องจัดใ้ห้แก่นักเรียนเป็นกิจกรรมหลักๆดังนี้

  1. คำถามชวนคิด เป็นกิจกรรมขยายความรู้ความคิดให้แก่นักเรียน เช่น คำถามสำหรับเรื่องการขยายพันธุ์พืชระดับประถมศึกษา ว่า “การขยายพันธุ์พืชวิธีการใดที่ไม่ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ หรือ “ส่วนประกอบใดของพืชที่สำคัญที่สุด” คำถามเหล่านี้จะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ร่วมกันคิดอภิปราย จากนั้นร่วมกันสรุปโดยครูเป็นผู้ทำให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนขึ้น นักเรียนบันทึกลงในสมุดหรือแบบบันทึกคำถามชวนคิด แล้วแต่เทคนิคของคุณครู
  2. social media อาจใช้เครื่องมือที่มีความซับซ้อนน้อย เช่นการตอบโต้กันบนweb board หรือขั้นสูงอาจใช้ facebook หรือ tweeter กันเลย ส่วนนี้เน้นปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนโดยอาศัยเครื่องมือบนอินเตอร์เน็ต  มุ่งเน้นให้นักเรียนได้พัฒนาสมรรถภาพทางด้านเทคโนโลยี สร้างความแปลกใหม่ในการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน กระตุ้นความคิดความกล้าในการแสดงความคิดเห็นให้แก่นักเรียน อีกทั้งยังช่วยพัฒนาคุณลักษณะใฝ่รู้ใฝ่เรียนให้แก่นักเรียนได้ พัฒนาทักษะการอ่านและเขียนได้อีกด้วย  กิจกรรมนี้ครูอาจให้นักเรียนสืบค้นทางอินเตอร์เน็ตแล้วแจ้งคำตอบกลับมา่ที่คุณครู หรืออื่นๆได้อีกมากมาย
  3. I love Internet  กิจกรรมนี้มุ่งให้นักเรียนใช้แหล่งเรียนรู้ทางอินเตอร์เน็ตในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ ตามประเด็นต่างๆที่ครูกำหนดหรือนักเรียนสนใจ ทั้งด้านข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ ให้นักเรียนรู้จักการใช้อินเตอร์เน็ตมากกว่าความบันเทิงเพียงอย่างเดียว
  4. กิจกรรมกาญจนบุรีศรีสยาม     ไม่ลืมที่จะนำกรอบสาระท้องถิ่นเข้ามาเสริมการเรียนรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ด้วย โดยนำไปบูรณาการในเนื้อหาการเรียนรู้ที่มีความสอดคล้อง ซึ่งจะต้องมีการวิเคราะห์ต่อไป

หวังว่าบันทึกกันลืม เตือนตัวเองฉบับนี้ จะมีประโยชน์ในการสร้างแนวคิดใหม่ๆสำหรับคุณครูในยุคที่่ทรหดอดทน อย่าลืมหาเวลาพักผ่อนหย่อนใจกันบ้างนะคะ

ผลการประเมิน smedu in Thailand

17 ก.ค.

ผ่านการประเมินแล้วค่ะ   ที่จริงแล้วได้ความกรุณาจาก สทร.มากพอสมควรที่ให้โอกาสครูอย่างตนเอง ให้ได้รับการประเมินให้ผ่าน การประเมินไม่ว่าจะได้รับผลการประเมินว่าอยู่ระดับคุณภาพใดก็ตาม ก็จะต้องพัฒนาต่อไปอย่างแน่นอน ก่อนอื่นอยากจะประเมินตนเองเสียก่อน

จุดเด่นของผลงาน

  • มีความพยายามใช้เครื่องมือ หลายเครื่องมือในการจัดกิจกรรมตามแนวทางของโครงการพัฒนาบุคลากรครูฯ เช่น Slide share / you tube / word press /
  • มีการใช้เครื่องมือที่นอกเหนือจากเครื่องมือที่ได้รับการแนะนำ นั่นคือ google site
  • มีความพยายามที่จะทำให้เกิด ปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน อย่างง่ายๆและรวดเร็ว โดยใช้ spreadsheet  form เครื่องมือของgoogle doc
  • หนึ่งคน สองเว็บ สองกลุ่มสาระ อันนี้เป็นธรรมชาติของครูโรงเรียนขยายโอกาสที่จะต้องสอนมากกว่า 1 กลุ่มสาระฯ (สิ่งนี้ถือว่าตนเองทุ่มเท ถึงแม้ผลงานจะงั้นๆ แต่ก็ได้คะแนนความตั้งใจพยายามแน่ๆ)

จุดด้อยของผลงาน

  • ใช้เครื่องมือที่ สทร.แนะนำ เช่น  Slide share / you tube / word press / ยังไม่เต็มความสามารถของเครื่องมือ
  • นักเรียนยังไม่ได้มีส่วนร่วมเป็นผู้นำเสนอผลงานของตนเอง เช่น การส่งผลงานของตนเองสู่เครื่องมือต่างๆ

ทั้งหมดนี้ก็สรุปเพียงจุดสำคัญที่มองเห็นได้ในขณะนี้ ซึ่งจริงแล้วมีมากกว่า  แต่อยากจะกล่าวถึงข้อจำกัดของการทำงานครั้งนี้

  • นักเรียนขาดทักษะด้านคอมพิวเตอร์ เพราะเครื่องมือSlide share / you tube / facebook/ tweeter ใหม่สำหรับนักเรียนอย่างมาก นักเรียนไม่รู้จักมาก่อน และไม่ทราบวิธีใช้ ครูไม่มีเวลามากพอที่จะสอนให้นักเรียนใช้เครื่องมือได้ระยะเวลาสั้นๆ
  • นักเรียนไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้ที่บ้าน ทำให้การดำเนินการต่างต้องใช้ในชั่วโมงเรียนเท่านั้น หรือช่วงเวลาที่ให้บริการของโรงเรียนเท่านั้น จึงเกิดปัญหาด้ายความต่อเนื่องในการทำงานของนักเรียน กล่าวคือนักเรียนไม่สามารถทำงานได้เสร็จสิ้นที่โรงเรียน
  • ครูเหนื่อย ต้องยอมรับว่าการดำเนินการดังกล่าวทำให้เพิ่มภาระงาน ครูต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น ไม่อยากจะบอกว่าไม่มีเวลา  เพราะเคยมีคนสพฐ.มาตรวจโรงเรียนแล้วบอกว่า อาจารย์ต้องปรับตัวให้ได้กับการไม่มีเวลาทำงานเพราะภาระงานมากมาย ก็ก้มหน้ารับ  ไม่ได้่บ่นสทร.ว่าทำใ้ห้เหนื่อย เพราะงานนี้เต็มใจอยู่แล้ว  แต่อยากแถลงว่า มันเหนื่อยนะ

ขอเสนอแนะในการดำเนินงาน

  • ถึงแม้เครื่องมือจะใหม่สำหรับนักเรียน ขอให้ครูปรับใ้ช้เครื่องมือง่ายๆก่อน อย่าไปยึดติดกับเครื่องมือ แต่ขอให้ยึดติดกับหลักการของโครงการ คือการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน  แล้วค่อยๆแนะนำเครื่องมือใหม่ให้นักเรียนคุ้นเคยต่อไป
  • ถึงแม้ไม่มีเวลาทำสื่อเอง ก็พยายามลิงค์หาสื่อหลากหลาย ที่มีจำนวนมากในอินเตอร์เน็ต
  • ให้ครูให้กำลังใจตนเอง อย่าท้อแท้กับความเหนื่อย ถือคติ ทำบ้างดีกว่าไม่ทำ หรืออะไรต่างๆที่จะทำใ้ห้เราได้มีโอกาสเริ่มต้น อย่ามองเห็นแต่ปัญหาในหนทางข้างหน้า เพราะใครอยากจะเดินไปข้างหน้าหากรู้ว่ามีแต่ขวากหนาม บั่นทอนกำลังใจตนเองตั้งแต่ยังไม่ได้ลงมือทำ

ความภาคภูมิใจ

  • ทำได้ทุกอย่างด้วยตนเอง ได้รับคำแนะนำจากผู้อื่นบ้าง ประมาณ 20% ที่เหลือศึกษาด้วยตนเองทั้งสิ้น ขอบคุณพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ทุกท่าน ที่มอบคุณลักษณะที่ดีให้แก่ตนเอง

หากมีบางท่านอยากติดตามผลงานเชิญติดตามได้ที่เมนูด้านข้าง เว็บไซต์ที่ลงท้ายว่า SMEDU ค่ะ

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม

ทำรายงานด้วยpower point

26 มิ.ย.

สัปดาห์ที่ผ่านมา ให้นักเรียนทำรายงานวิชาวิทยาศาสตร์ โดยการสืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต  แล้วนำ้ข้อมูลมาแสดงโดยใช้โปรแกรม powerpoint  นักเรียนให้ความสนใจกันดีมาก  นักเรียนสามารถทำงานเสร็จทันตามเวลา แต่ยังพบจุดอ่อนและจุดแข็งของผลงานนักเรียน สรุปได้คือ

ข้อดี

  • นักเรียนสนใจในการทำงาน ตั้งใจทำงานกันเป็นอย่างดี
  • นักเรียนส่งงานครบ ทำงานได้สำเร็จ
  • ช่วยพัฒนาทักษะในการสืบค้นทางอินเตอร์เน็ตได้
  • ครูและนักเรียนมีปฏิสัมพันธ์ที่ีดีขึ้น นักเรียนจะมีคำถามสอบถามครูมากขึ้น
  • นักเรียนส่งผลงานมาครูสามารถตรวจสอบเบื้องต้น แสดงข้อที่ควรพัฒนาให้นักเรียนแก้ไขได้ทันที

ข้อด้อย

  • นักเรียนมุ่งเน้นการตกแต่งslide เสียเวลากับกิจกรรมนี้มากเกินไป
  • ครูต้องคอยกำกับดูแลแนะแนวทางอย่างใกล้ชิด
  • นักเรียนยังนำเสนอรูปแบบที่ไม่น่าอ่าน เช่นพื้นหลังเด่นกว่าข้อความ ตัวหนังสือเล็กไป เป็นต้น

ข้อที่จะพัฒนาต่อไป

  • ให้นักเรียนนำเสนอรายงานหน้าชั้นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย
  • ให้นักเรียนทำกิจกรรมเช่นนี้อีกเพื่อพัฒนาทั้งด้านทักษะการค้นคว้า สรุปรายงานและการนำเสนอรายงาน

ตัวอย่างงานของนักเรียน

หัวหมุน หัวปั่น

30 พ.ค.

เริ่มแล้วค่ะ สำหรับ SOCIAL MEDIA FOR EDUCATION

จะเป็นอย่างไรเชิญชมหน้าตาของเว็บที่พยายามจะใช้เครื่องมือเกี่ยวกับ SOCIAL MEDIA ให้มากตามความเข้าใจ

ในปีนี้สอนทั้งวิทยาศาสตร์กับคอมพิวเตอร์  อืืมม์ อืมม์ ยังไหวนะ

เชิญเยี่ยมชมค่ะ

คอมพิวเตอร์http://sites.google.com/site/khaodincomputersite/home

วิทยาศาสตร์http://sites.google.com/site/khaodinsci/

ลองดูซักตั้ง

4 เม.ย.

หลังจากการอบรม social media  ของสทร. สพฐ. ที่MAXX Hotel       ว้นที่ 29 มีค.- 2 เมย.ที่ผ่านมา จริงๆก็ทราบแต่แรกว่าเค้ามีภาระงานที่ต่อเนื่อง จริงแล้วเดี๋ยวนี้เค้ามักจะทำกันแบบนี้แหละ ได้สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง ทำได้จริง เค้าถึงจะแสดงความสำเร็จให้กับเรา ภูมิใจดีเหมือนกันนะกับรูปแบบงานแบบนี้ ชอบเป็นการส่วนตัว แต่ก็คงต้องเหนื่อยกันน่าดูเหมือนกัน

ได้อะไรบ้างนะ กลับมาถามตัวเอง ก็พอจะตอบตัวเองได้ว่า……

ได้มีโอกาสฟังความเห็นของวิทยากรระดับประเทศทางด้านsocial media เรียนรู้วิธีคิดและมุมมองของเค้าที่มีต่อsocial media และต่อวงการศึกษา ว่าเค้ามีความคาดหวังอะไรกับครูๆเรา้บ้าง

ได้เห็นการอบรมเชิงปฏิบัิติการที่จริงจังของสพฐ.เรา ที่ไม่ได้เป็นแบบสุกเอาเผากิน ดีจังนะแบบนี้ก็มีด้วย ประเทศชาติจงเจริญ ขอบคุณ สทร.จริงๆ้ค่ะ

ได้เรียนรู้สังคมออนไลน์ที่เหมือนจะรู้อยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยลึกซึ้ง คิดว่ามันไกลตัวของเราจัง ช่างมันเถอะไม่สนใจก็ได้ แต่จริงแล้ว เค้าใช้กันให้รึ่มม์ไปทั่ว ไอ้เรามันเต่าและกบในกะลาตัวจริงเสียงจริง

ได้อะไรต่อมิอะไรมีมากมายซึ่งเป็นส่วนรายละเอียดที่ช่วยเติมเต็มสติปัญญาของตัวเอง ให้ใกล้เต็ม ร้อยสตางค์มากขึ้น

คราวนี้นะซิต้องกลับไปคิดต่อแล้วว่า จะทำอะไรต่อไป การบ้านของครูSM ณ MAXX Hotel  ……..

คิดออกแล้วจะกลับมา Notify ใหม่ค่ะ